แม่น้องชมพู่ วอนเห็นใจ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจาก ค ดี น้องชมพู่ เด็กหญิงอายุ 3 ขวบ หายตัวไปจากบ้านก่อนพบบนเขาภูเหล็กไฟ ซึ่งผ่านมาแล้วกว่า 2 เดือน ยังไม่สามารถจับตัวได้ แต่ทว่าจากการสอบสวนและสืบ ค ดี ของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำให้สังเขปตัวผู้ต้อง ส ง สั ย ได้ โดยก่อนหน้านี้ ตร.กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐาน ชายสติไม่ดี ต้องสงสัยเกี่ยวข้องการเสียชีวิตน้องชมพู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามสอบถามชายคนนี้ถึงสถานที่อยู่ระหว่างที่เกิดเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่พยายามถามถึงที่มาของเสื้อเด็กว่าลุงได้มายังไง แต่ทว่ายังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด

ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีของน้องชมพู่ ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีประเด็นเด็กหญิง เพื่อนของพี่สาวน้องชมพู่ ได้ให้ข้อมูลกับสื่อบางสำนักว่า แท้จริงแล้วพี่สาวของน้องชมพู่นอนคว่ำหน้าเล่นโทรศัพท์ ในขณะที่น้องชมพู่หายตัวไป และไม่ได้นอนหลับตามที่เคยให้ข้อมูลไว้นั้น ทางตำรวจมั่นใจว่าประเด็นนี้จะไม่ส่งผล ก ร ะ ท บ ต่อรูป ค ดี และแนวทางการสืบสวนสอบสวนอย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่เด็กหญิงบอกเล่ากับสื่อนั้นเป็นสิทธิที่เด็กจะสามารถกระทำได้ แต่การที่สื่อไปสัมภาษณ์เด็กหญิงเพื่อนของพี่สาวน้องชมพู่นั้นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควร

“ ค ดี มีความคืบหน้า 80% แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มีน้อยมาก ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ส่วนสาเหตุของน้องชมพู่ แพทย์นิติเวชก็ยังสรุปไม่ได้ บางทีรายงานข่าวของสื่อที่หลุดออกไปตนก็ตั้งข้อสังเกตว่าหลุดไปได้อย่างไร รายละเอียดการนำเสนอก็ไม่ใช่ความจริง อย่าพึ่งไปสรุปหรือฟันธง”

ส่วนข้อคำถามว่า ค ดี นี้จะมีโอกาสได้ตัวคนทำมาดำเนิน ค ดี หรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ตอบว่า เป็นเรื่องยากที่จะบอกแบบนั้น ตำรวจทำให้ดีที่สุดรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างให้ครบถ้วน ไม่ได้หาหลักฐานเพียงแค่ออกหมายจับ แต่จะต้องมีหลักฐานจนนำสู่การดำเนิน ค ดี ในชั้น ศ า ล ได้

ขณะที่ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4) กล่าวยอมรับว่าปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนในพื้นที่ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจยุ่งยากมากขึ้น ส่วนความขัดแย้งของบรรดาญาตินั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการนำเสนอข่าว แต่จะให้สื่อปรับปรุงหรือแก้ไขการทำงานอย่างไรนั้นตนไม่ทราบจะต้องทำอย่างไร

ล่าสุด น.ส.สาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เผยเรื่องของน้องชมพู่ คืบหน้าไปแล้ว 70% ส่วนที่มองว่าพ่อแม่มีส่วนรู้เห็น ตนมองว่าทุกคนมีสิทธิ์คิด ที่จะตั้งข้อสงสัย แต่อยากให้เห็นใจ หัวอกแม่ที่นอกจากจะ สู ญ เ สี ย ลูกแล้ว ยังต้องมาตอบคำถามที่ฟังเหมือนไม่ใช่คำถาม

ส่วนประเด็นน้องสะดิ้ง ลูกสาวคนโต ที่เลี้ยงน้องชมพู่ในช่วงที่หายตัว ยอมรับว่าให้น้องโกหกในตอนแรกว่าหลับ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก แต่ที่ผ่านมา น้องสะดิ้งรักน้องและดูแลน้องดีมาก

ขอบคุณภาพ รายการทุบโต๊ะข่าว