เตือนแล้ว ร้านเข้าเข้าร่วมโครงการ อย่าถือโอกาสขึ้นราคาสินค้า

กลายเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งหาวิธีเพื่อป้องกัน สำหรับกรณีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลถือโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยเมื่อวันที่ 7 มี.ค.64 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะที่ดำเนินการมาระยะหนึ่ง และโครงการเรารักกัน ที่จะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วๆ นี้ โดยเฉพาะในส่วนของการควบคุมดูแลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ให้ติดตามตรวจสอบไม่ให้ผู้ค้า ฉ ว ย โอกาสขึ้นราคาสินค้า หลังจากที่มีประชาชนร้องเรียนถึงปัญหานี้มายังรัฐบาล

นายอนุชา บูรพชัยศรี

นายกรัฐมนตรีขอให้ร้านค้าเห็นใจประชาชน เพราะทุกคนได้รับผลกระทบจาก CV-19 เหมือนกัน รัฐบาลมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อให้ผ่าน วิ ก ฤ ติ นี้ไปให้ได้ ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธ.ค.63 จนถึงปัจจุบันดำเนิน ค ดี กับร้านค้าที่กระทำผิดไปแล้ว 68 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านธงฟ้า 47 ราย

โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งไปยังร้านค้าทุกแห่ง และออกตรวจสอบไม่ให้ฝ่าฝืนกฎข้อบังคับ เช่น ห้ามยึดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ห้ามรับหรือแลกเป็นเงินสด ห้ามบังคับการซื้อหรือขายสินค้า ห้ามจำหน่ายบุ ห รี่ เครื่องดื่มห้ามเอาเปรียบขึ้นราคาและขายเกินราคาที่กำหนดโดยเด็ดขาด

หากพบหลักฐานว่าร้านค้าใดจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินสมควร จะมี โ ท ษ จ ำ คุ กไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากไม่ปิดป้ายแสดงราคา มี โ ท ษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับร้านธงฟ้านั้นมีข้อกำหนดชัดเจนอยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร ดังนั้น ถ้าตรวจพบการกระทำผิดจะถูกยกเลิกจากโครงการทันทีและอาจถูกยึดเครื่อง EDC หรือยกเลิกการใช้แอปพลิเคชัน ทำให้ไม่สามารถขายสินค้ากับโครงการได้อีกต่อไป

หากประชาชนพบร้านค้าที่ ฉ ว ย โอกาสขึ้นราคาสินค้า หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม เตือนร้านเข้าร่วมโครงการเยียวย าทั้งเราชนะ คนละครึ่ง เรารักกัน ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หากจับได้ คุ ก 7 ปี ปรับ อ่ว ม 1.4 แสนบาท