เพียง 5 วัน มีประชาชนเกือบ 2 หมื่น แห่ชิมน้ำพุโซดา ที่ห้วยกระเจา

จากการเผยแพร่ข่าวว่ามีน้ำพุโซดาผุดขึ้นมาจากพื้นดิน บริเวณพื้นที่ี่ห้วยกระเจา ได้สร้างความสนใจให้ชาวบ้านและประชาชนแห่เดินทางมาชิมน้ำพุที่มีรสชาติหวานซ่าเหมือนโซดานี้กันมาก จากความคืบหน้ากรณีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มอบหมายให้นายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) ลงสำรวจพื้นที่สำรวจพื้นที่เพื่อเจาะหาแหล่งน้ำบาดาล บ ร ร เ ท า ความเดือดร้อนจาก ภั ย แ ล้ ง ซ้ำ ซ า ก ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ตามโครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่ง กั ก เก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทย า โครงการซับซ้อน

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ที่ได้มอบหมายให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบ ภั ย แ ล้ ง ในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่ แ ล้ ง ซ้ำ ซ า ก ยาวนาวมามากกว่า 30 ปี

ผลดำเนินการ สามารถเจาะหาแหล่งน้ำบาดาลได้จำนวน 3 บ่อ บ่อแรกลึก 280 เมตร บ่อที่สองลึก 224 เมตร และบ่อที่สามลึก 303 เมตร โดยบาดาลที่เจาะได้ทั้ง 3 บ่อตั้งอยู่พื้นที่บ้านสระตาโล หมู่ 12 ต.บ่อพลอบ อ.บ่อพลอย แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับคนไทยทั้งประเทศที่สุดคือ น้ำบาดาลที่พุพวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อที่ 2-3 มีรสชาติหวานและซ่าคล้ายโซดา

จากนั้นนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้สั่งการให้ติดตั้งอุปกรณ์ผลิตน้ำแร่โซดาห้วยกระเจา 8 ขั้นตอน เริ่มจากเก็บน้ำดิบจากบ่อบาดาล เข้าไปเก็บในถังเก็บน้ำดิบขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 5 ถัง จากนั้นน้ำดิบจะไหลผ่านเข้าถัง “แมงกานีสกรีนแซนด์” เพื่อกรอง ส นิ ม เหล็ก แล้วผ่านเข้าถัง “แอนทราไซด์” ที่ทำหน้าที่กรอง ส นิ ม เหล็กและแมงกานีส แล้วน้ำจะผ่านเข้าถัง “คาร์บอน” ที่เป็นตัวกรองกลิ่นและสี แล้วผ่านเข้าถัง “RO” เพื่อลดฟลูออไรด์ และความกระด้าง เมื่อได้น้ำดีจากถังคาร์บอนและ RO น้ำจะผ่านเข้าสู่แท่งยูวี เพื่อ ฆ่ า เ ชื้ อ โ ร ค และ แ บ ค ที เ รี ย โดยเริ่มเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาทดลองดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.64 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ 1 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) เปิดเผยว่าจากการค้นพบพุบาดาลที่มีรสชาติซ่าคล้ายโซดาในครั้งนี้ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในทุกแขนง หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไปก็ได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศ

โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ประกาศให้ประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเดินทางมาท้องเที่ยวและทดลองดื่มน้ำแร่โซดาอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทุกคนที่มาจะต้องสวมหน้ากากอนามัย และผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิในร่างกาย ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ รวมทั้งต้องลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่ทุกคน เพื่อป้องกันการแพร่ ร ะ บ า ด ของ เ ชื้ อ CV-19 ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขอย่าง เ ค ร่ ง ค รั ด ซึ่งทุกคนที่มาต่างก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี

จากสถิติพบว่า ระหว่างวันที่ 24-28 ก.พ.64 รวม 5 วัน มีประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ เดินทางมุ่งหน้ามาทดลองดื่มน้ำพุโซดา เกือบ 20,000 คน ซึ่งทุกคนที่มาจะได้รับน้ำแร่โซดากลับไปคนละ 500 ซีซี ซึ่งขณะนี้ผู้บังคับบัญชายังไม่มีการสั่งการให้ปิดบ่อ เพื่อติดตั้งหอกระจายน้ำระยะไกลแต่อย่างใด ดังนั้นประชาชนและนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาทดลองดื่มน้ำแร่โซดาได้ตามปกติ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 มี.ค.64 นี้นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาหารือแนวทางการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะมีอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือผู้แทน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร หรือผู้แทน และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือผู้แทน มาประชุม ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี และนอกจากนี้ จังหวัดกาญจนบุรียังได้เชิญหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งด้านสุขภาพและอนามัย และด้านประชาสัมพันธ์เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย