ขอกลับไปดูแลแม่ ลือ เกลือ เตรียมลาวงการ

เป็นอีหนึ่งคนที่หลายๆคนในวงการต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ในส่วนของตรงนี้ตองบอกว่า แฟนๆท้่วประเทศต่างรู้จักกันแน่นอนกับ วอกเป็นต่อ หรือ เกลือ กิตติ ทั้งนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงแนวหน้าของปรพเทศไทยเลยก็ว่าได้

อยู่ๆ ก็มีข่าวลือออกมาว่า เกลือ เป็นต่อ หรือ กิตติ เชี่ยววงศ์กุล นักแสดง พิธีกรชื่อดัง เตรียมลาวงการ ผันตัวไปเป็นเกษตรกรเต็มตัว ที่บ้านเกิด จ.อุดรธานี

งานนี้ไม่ปล่อยให้หลายคนสงสัยนาน ทีมงานได้ต่อสายตรงถามเจ้าตัวเลยว่าเตรียมผันตัวไปเป็นเกษตรกร เพื่อลาวงการบันเทิงจริงไหม

โดยพิธีกรดังเผยว่า เรื่องมันเริ่มจาก cv ก่อน อยู่กทม. รู้สึกว่าไม่มีอะไรทำ ก็กลับบ้านที่อุดรฯดีกว่า ในใจลึกๆ ที่อยากจะมีฟาร์ม มีไร่ เรากับภรรยาอยากมีอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้เริ่มลงมือทำสักที พอกลับไปบ้านก็รู้สึกว่าแม่เราอายุมากแล้ว เรารู้สึกว่าอยากกลับไปดูแลแม่

แต่ถ้าเรากลับไปเราก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรที่อุดรฯ ไปถึงก็ไม่มีอะไรทำ ก็เลยคิดว่าถ้ามีอะไรทำมันก็น่าจะดี

ผมก็คิดได้ว่าจริงๆ เราก็ซื้อที่ไว้นานแล้วที่อุดรฯ ก็คุยโปรเจ็กต์กันในครอบครัว คุยกับน้องเขยด้วยว่าเราอยากทำ น้องเขยก็เลยออกแบบที่ให้ ปรากฎว่าทุกอย่างมันก็ลงล็อกพอดี

ส่วนหนึ่งเราได้ฟังพระราชดำรัสในหลวง ร.9 เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่มาสักระยะนึง มันก็คงดีนะถ้าเรามีที่สักที่ที่เราจะได้ปลูก ได้ทดลองในสิ่งที่เราได้ศึกษามา

เราก็เริ่มเลย บอกว่าถ้าจะทำ ต้องทำตอนนี้ ถ้าไม่ทำตอนนี้ เรากลับกรุงเทพฯจะไม่มีเวลาทำแล้ว

ตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว แต่ที่เริ่มทำ เริ่มอยู่ที่โน่นตลอดเป็นเวลา 2 เดือน

จากตอนแรกที่เราบอกว่าจะไปทำไร่ที่อุดรฯ ทุกคน แม้แต่ที่บ้าน ยังทักว่าจะทำได้เหรอ ใครจะเฝ้า เราก็บอกว่าไม่รู้ ต้องลองไปขลุกดูก่อน

จาก ชาคริต แย้มนาม ที่หันไปเป็นเกษตรกร ทำให้เราอยากเป็นเกษตรกรด้วยไหมเป็นด้วยส่วนหนึ่ง ชาคริตก็พยายามที่จะให้เราไปซื้อที่ข้างๆ จะได้ปลูกทุเรียนกัน ผมก็อยากนะ เพราะเราก็รู้สึกอิน ทุกวันนี้เราก็คุยกันเหมือนเป็นเกษตรกร แต่ผมก็มาคิดว่าถ้าผมไปซื้อที่ จ.จันทบุรี ก็แสดงว่าผมต้องไปอยู่ที่นั่น แต่ว่าผมไม่ใช่คนจันทบุรี ผมเป็นคนอุดรธานี

เตรียมลาวงการจริงไหม ลาไม่ลาวันหนึ่งก็ต้องลาจริงไหม(หัวเราะ) ยังไงวันนึงมันต้องมีวันที่ผมลาวงการอยู่แล้ว ไม่ผมลาเองก็ต้องไม่มีคนนิยมผม จนผมต้องลาวงการไปเอง มันเป็นสัจธรรมที่คนในวงการรู้ดีอยู่แล้ว ผมคิดว่าวันนึงเราอาจจะลดงานวงการบันเทิงลง เพราะว่าเราอยากจะใช้ชีวิตที่สงบสุขมากขึ้น

งานในวงการบังเทิงมันแบกรับความเครียดหลายๆ อย่างด้วย คิดกับแฟนไว้แล้วว่า ถ้าวันนึงพี่แก่ไป พี่อาจจะลดงานในวงการบันเทิงลงนะ แต่ว่าถ้ามีก็ทำอยู่แล้ว เพราะว่ามันก็หนึ่งงานที่เรารัก ไม่ได้บอกว่าไม่รัก รักวงการบันเทิงมาก อยากทำเหมือนกัน

แค่รู้สึกว่าวันนึงปลายทางเราก็แค่มีที่ที่สงบๆ ของเราอยู่ มันก็คงเป็นเรื่องที่ดี ก็คงยังไม่ได้ลาไปไหนไกล แค่รู้สึกว่าหาที่จะได้พักรบได้บ้าง ส่วนหนึ่งเราก็คิดว่า ถ้าเราทำงานวงการบันเทิงแบบนี้ตลอดเวลา ถ้าวันนึง ไม่รู้นะเราโดนคนแบนขึ้นมาจะทำยังไง

สมมุตินะ แล้วเราต้องออกจากวงการบันเทิงเลยทำยังไง มันจะเกิดความกลัวนะ อย่างงานในวงการบันเทิง ผมรู้สึกว่ามันไม่มั่นคงนะ มันก็มีเวลาของมัน ทุกงานมีเวลาของมัน

สุดท้ายผมไปฟังพระราชดำรัสในหลวง ร.9 ว่า วันนึงถ้าคุณจะมีอิสระ คุณจะมีความมั่นคงในชีวิตก็คือคุณมีกินมีอยู่

ขอบคุณบทสัมภาษณ์จาก ข่าวสด