เฟรช อริศรา เปิดใจ ชีวิตก่อนมาเป็นนักแสดง จากเด็กไร้บ้าน รับจ้างเย็บผ้า ล้างจาน โดนดูถูกสารพัด

เป็นอีกกระแสที่มีคนพูดถึงกันมาก นาทีนี้คงไม่มีใครฮอตไปกว่านักแสดงมากฝีมือ อย่าง “เฟรช อริศรา” อีกแล้ว เพราะตอนนี้เจ้าตัวมีละครถึง 3 เรื่อง เรียกได้ว่าแฟนๆ จะได้เห็นหน้าเขาทั้ง 7 วันเลยทีเดียว แต่กว่าจะมีวันนี้ได้เธอต้องต่อสู้กับอะไรมากมาย ทั้งเป็นเด็กไร้บ้าน ต้องทำงานตั้งแต่เด็ก ล่ าสุดคือวิ่งงาน 7 วันรวด ไม่มีเวลาพักผ่อนเลย “มีเวลาพัก เพราะว่าบางทีไม่ได้ถ่ายละครเต็มทั้ง 4 วัน” แต่ว่ามาออกทีเดียวให้เห็นหน้าทั้ง 7 วัน 3 เรื่อง เดี๋ยวจะเป็น 4 เรื่องแล้ว

ตั้งแต่ทำงานมาตอนนี้ถือว่าดีที่สุดไหม “ตอนถ่ายมันไม่ได้ถ่ายพร้อมกันนะ แต่มาออกอากาศพร้อมกันทีเดียวมันก็เลยทำให้คนได้เห็น” ได้เห็นในหลายบท ซึ่งตอนนี้งานก็โอเค แต่เห็นว่าสมัยก่อนลำบากมาก “ลำบากๆ แม่ก็เช่าห้องห้องหนึ่ง แล้วก็อยู่กันประมาณ 7-8 คน พอเช้าก็ต้องผลัดกันเข้าห้องน้ำแล้วก็ไปโรงเรียน”

พอมาถึงวันนึงพ่อเสีย แม่ก็เริ่มทำงานมากขึ้นจากขายของชำที่บ้านก็เริ่มรับจ้างซัก รีด ขายข้าวต้ม คราวนี้เราก็ต้องเป็นลูกมือ ตอนเช้าแม่ก็ให้รีดผ้าก่อน เย็นกลับมาก็ซักผ้าตอนนั้นไม่มีเครื่องซักผ้าก็ต้องซักมือ แต่รายได้ก็ยังไม่พอ เพราะว่าหลานบางคนค่าใช้จ่ายไมพอเราก็ต้องทำอะไรมากขึ้น

แม่ก็ขายข้าวต้ม ขายได้สักพักก็ไม่ไหวเหนื่อย ทีนี้แม่ก็รับจ้างซักรีด แล้วก็ขายของชำ แล้วเราก็รับจ้างอย่างอื่นที่ทำอะไรก็ได้ เช่น เย็บกระดุมผ้าโหล ถ้าเสื้อแขนสั้นเราจะได้ 50 สตางค์ต่อหนึ่งตัว แต่ถ้าแขนย าวเราจะได้ 75 สตางค์ พอหลังเลิกเรียนเราก็เย็บ พอกลางคืนเราก็จับจ้างล้างจาน ได้เดือนละ 800 บาท แล้วก็เสิร์ฟในตลาด ท้อไหม ทำไมเราต้องเหนื่อยขนาดนี้ ไม่ได้ท้อเลย เพราะรู้สึกว่าแม่ทำทุกวันเราก็ทำ มันก็เลยรู้สึกว่ามีเวลาว่างปุ๊บก็ต้องทำ ทำอะไรก็ได้ที่มีรายได้

เห็นบอกว่าขนาดทำงานโหดๆ ยังไม่พอค่าเช่าห้องเลย มันไม่พอ เพราะว่าต่อเดือนมีค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ แล้วก็พอพอเสียก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เริ่มอยู่ตรงนั้นไม่ได้แล้วค่าเช่ามันไม่พอ จากหลักพันก็ต้องไปหาเช่าที่หลักร้อย

แม่ก็เริ่มไม่ได้ขายของ เพราะแม่ทำงานประจำไปทำงานโรงนมเป็นบัญชีแล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์ส่งนม ทีนี้แม่ก็ต้องไปเช่าที่มันใกล้ๆกับที่ทำงานตอนนั้นก็มีห้องน้ำรวมเพื่อรอที่อยู่ที่มันมีห้องน้ำในตัว ลำบากเรื่องที่พัก แล้วเรื่องอาหารการกินลำบากไหม สมัยก่อนตอนอยู่รวมๆ กันเราไม่รู้สึกลำบาก แต่คนที่เขาฟังอาจจะรู้สึกลำบาก คือเมนูของเราก็คือผัดถั่วงอกกับเต้าหู้ขาว แล้วก็แตงกวาผัดไข่ เต้าหู้ยี้ ส่วนเนื้อสัตว์นานๆ กว่าจะได้กิน มาคุยเรื่องเข้าวงการบ้างดีกว่าเห็นว่ามันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ ใช่ บังเอิญมาก ต้องขอบคุณเพื่อน

ตอนนั้นเพื่อนชวนไปสมัครเป็นนักศึกษาให้กับโครงการของค่ายมือถือค่ายนึง เพื่อนบอกว่าไปเถอะที่นี่เขามีเงินเดือนประจำ มีโทรศัพท์ให้ใช้แล้วเราก็ทำกิจกรรมกับเขา เราก็ไปเป็นเพื่อน สรุปวันนั้นเพื่อนไม่ได้แต่เราได้ แล้วก็พอวันที่ไปทำกิจกรรมเราก็ไปเดินอยู่แถวหน้าตึก ไปเก็บขยะตามถนนผู้บริหารเขาเห็น แล้วเขาจะถ่ายโฆษณา เขาก็ไม่แคสใครเขาก็เอาเด็กในกลุ่มนี้ไปถ่าย เราก็ได้เป็นหนึ่งในนั้น ก้อนแรกถือว่าเยอะพอสมควร ก็เยอะนะ ประมาณ 8-9 หมื่นได้

เราก็เก็บไว้เรียนแล้วก็ยังทำงาน ให้แม่เก็บไว้ส่วนนึงเผื่อใครมีความจำเป็นก็เอาไปใช้ และจากจุดนี้อาตู่เห็นก็เรียกมาเล่นละคร และหลังจากเล่นละครสักพักก็ไปเล่นหนังได้เงินก้อนใหญ่มาซื้อคอนโดให้แม่ เพราะว่าไม่เคยมีบ้าน ซึ่งตอนนั้นยังซื้อบ้านไม่ได้เพราะว่าการซื้อบ้านมันต้องใช้เงินเยอะ เห็นว่าตอนเข้าวงการก็มีเรื่องทำให้สาวเก่งคนนี้ต้องเสียน้ำตา ก็คือเราเป็นนักแสดงใหม่ แล้วมีอยู่วันนึงที่เราทำแล้วมันไม่ถูก ถูกสั่งคัตเยอะ แล้วก็คนนี้เขาเดินเข้ามาพูดกับเราว่า เมื่อกี้ทำอะไร เล่นไม่เป็นหรอ จะเรียกว่าดูกถูกหรือเราทำให้เขาเสียเวลาก็ไม่รู้นะ

ตอนนั้นพอได้ยินคำนี้มันก็ช็อก ข่าอ่อนเลย เพราะเรามือใหม่ แต่เราก็พย าย ามเต็มที่แล้ว

มันอาจจะมีผิดพลาดบ้าง ก็ยืนค้างอยู่พักนึงเขาก็เดินจากไป เราก็เดินไปร้องไห้หลังห้องแต่งตัว แต่ก็สู้มันจะได้รอดจากตรงนี้ มันไม่มีใครช่วยเราได้

นอกจากเราเอง หมดความมั่นใจไปนานไหม ไม่ค่ะ ก็ตัวชาๆ วันนึงแค่วันนั้น