สเตฟาน เปิดใจ ทำไมหยุดออกจากวงการ

ยังคงเป็นกระแสที่มีคนพูดถึงกัน เเม้จะไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาผ่านงานเเสดงเเล้ว เเต่หนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้หายไปไหน สำหรับอดีตพระเอกหนุ่ม สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ กรรมการบริหารใหญ่ รูมเควส โฮเต็ล จำกัด เป็นโรงเเรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั่นเองค่ะ สำหรับสเตฟาน หลังจากเรียนจบได้ 3 ปี ได้รับการติดต่อจากโมเดลลิ่งไปแคสติ้งกาแฟ แต่ไม่ผ่าน หลังจากนั้นก็ได้รับการติดต่ออีกหนโดยได้เล่นพอนด์ คู่กับ ซาร่า มาลากุล

ต่อมาเขาได้รับการชักชวนให้ไปถ่ายแบบ แต่ไม่ได้ไปถ่าย และได้รับการชดเชยโดยให้ไปเดินแบบ ต่อมาได้รู้จักกับ จิตรลดา ดิษยนันทน์ ค่ายกันตนาฯ จึงได้เล่นละคร ต่อมาเขาได้ยุติงานละครเมื่อปี 2557 เเละออกไปใช้ชีวิตเเบบคนทั่วๆไป สเตฟาน ฐสิษฐ์ เปิดใจถึงเหตุผลที่ออกจากวงการบันเทิง เพราะรู้ว่าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง และรู้สึกเบื่อกับการทำงานในวงการ และมักจะถูกคนในสังคมมาตัดสินอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่มีความสุขกับการเป็นดารานักแสดงเท่าไร

และอีกเหตุผลเนื่องมาจากคุณแม่ได้ป่วยหนักเมื่อหลายปีก่อน เลยอย ากจะออกมาดูแลแม่ และอยู่กับแม่ให้ได้มากที่สุด เพราะตลอดเวลาที่ทำงานในวงการ ไม่ค่อยจะมีวันหยุดได้อยู่กับครอบครัว หาแต่เงินเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นคนสตรีมเกม แม้เงินจะไม่มาก แต่ก็มีความสุขในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ จู่ๆก็หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง สำหรับพระเอกหนุ่ม สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นสเตฟานถือว่าเป็นพระเอกอันดับต้นๆ ของช่อง 7

ที่จากตอนแรกคิดว่าจะพักงาน แต่สุดท้าย สเตฟาน ขอลาออกจากการเป็นดารา-นักแสดง ไปใช้ชีวิตแบบง่ายๆ ชิลล์ๆ ตามแบบที่ตัวเองต้องการ ซึ่งสเตฟานขอเปิดใจพูดถึงสาเหตุ แต่ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าผมเป็นดาราหรือพระเอก ผมคิดว่าผมเป็นคนธรรมดาที่มาทำงานในวงการมากกว่า ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมเป็นพระเอก ไปไหนแล้วคนต้องมานั่งเอาใจผม ผมเล่นละครเป็น 10 ปี ผมได้หยุดนับวันได้เลย ผมได้หยุดสงกรานต์ทุกปี แต่วันพ่อวันแม่ไม่ได้หยุด ผมจำได้มีครั้งนึงผมโกรธคนที่กองถ่ายมาก

เพราะว่าวันแม่ผมต้องถ่ายละครทั้งวัน ผมถ่ายถึงตอน 8 โมงเช้านะ แล้วผมคิดว่าผมจะได้กลับบ้าน แต่ปรากฏว่าต้องไปอาบน้ำแล้วรีบกลับมา 11 โมงเพราะเราต้องถ่ายต่อ ผมโกรธมาก ผมถามคนที่อยู่ที่กองว่าไม่มีแม่เหรอ วันนี้วันแม่นะ ผมทำงานทุกวัน 10 ปีของผมมันผ่านไปไวเหมือนกะพริบตาจริงๆนะ เวลามันผ่านไปเร็วมากเลยไม่น่าเชื่อ เพราะว่าผมไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับปัจจุบันเลยผมใช้เวลามองถึงอนาคตอย่างเดียว อีก 4-5 เดือนผมถ่ายละครเรื่องนี้จบ ก็ก้มหน้าถ่ายไปให้มันเสร็จ จบปั๊บเรื่องใหม่มาสเตฟาน สเตฟาน สเตฟาน สเตฟาน สเตฟาน

ผมก็ต้องก้มหน้าถ่ายไปเรื่อย ผมก้มหน้า 10 ปี จนผมตื่นขึ้นมาอีกที 30 แล้ว การเป็นดาราก็เป็นทาสของสังคม คนมีชื่อเสียงก็เป็นทาสของสังคม ไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้น เราก็จะมีผู้พิพากษาเป็นสังคมเสมอ สังคมจะมามองเรา ตัดสินเรา มาคิดว่าสิ่งที่เราทำดีหรือไม่ดี มาเป็นตัวตัดสินเราแล้วผมเป็นคนไม่ชอบแบบนั้น ผมชอบเป็นคนที่ตัดสินใจสิ่งที่ตัวเองจะทำ เลือกในสิ่งที่ตัวเองอย ากเป็นอย ากทำ ผมไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร ผมไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองผมยังไง